ตำรวจมั่นใจเอาผิดอดีตกำนันนกได้ แม้เจ้าตัวยืนกรานปฏิเสธ ส่งฟ้องทุกสำนวน ไม่กลัวอำนาจอิทธิพลใด


วันนี้ (15 พฤศจิกายน) พล.ต.ท. จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) กล่าวถึงความคืบหน้าสำนวนคดี ประวีณ จันทร์คล้าย หรืออดีตกำนันนก ว่า ในวันพรุ่งนี้ (16 พฤศจิกายน) พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม พร้อมคณะพนักงานสอบสวนกองปราบ จะนำสำนวนคดีอดีตกำนันนกทั้งสองคดีประกอบด้วย สำนวนคดีฆ่า ซึ่งมี ประวีณ จันทร์คล้าย เป็นผู้ต้องหาหลัก และสำนวนคดีความผิดมาตรา 157 ซึ่งมีกลุ่มเจ้าหน้าที่ตำรวจในงานเลี้ยงจำนวน 21 คน และประชาชนที่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดอีก 7 คน เป็นผู้ต้องหา ส่งต่อให้กับอัยการพิจารณาสั่งฟ้องทั้งหมด 

 

พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวต่อว่า แม้ตอนนี้ประวีณจะยังคงยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหาฆ่าก็ไม่ได้หนักใจ เพราะเจ้าหน้าที่มั่นใจในพยานหลักฐานที่มีอยู่ว่าแน่นหนาเพียงพอ หากให้ประเมินเป็นตัวเลขก็ต้องบอกว่ามั่นใจเกิน 90% 

 

“ที่ผ่านมาเราทำเต็มที่ทุกคดี ไม่ใช่เฉพาะเพียงแค่คดีนี้เท่านั้น อีกทั้งคดีนี้ผู้ตายก็เป็นคนดี เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องทุ่มเทเต็มที่เหมือนทุกๆ คดีอยู่แล้ว ส่วนตัวกำนันนกจะมีอิทธิพลมากมายแค่ไหน ขอให้เชื่อว่าเราไม่เคยเกรงกลัวใคร ไม่เคยหวั่นเกรงอิทธิพลกำนันนก เพราะไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายได้ ฉะนั้นไม่มีอ่อนข้อให้แน่นอน” พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวย้ำ 

 

พล.ต.ท. จิรภพ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องตรวจสอบการฮั้วประมูลธุรกิจของประวีณนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เพราะเป็นคดีพิเศษ ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจสอบสวนกลางได้ส่งมอบข้อมูลสืบสวนที่มีอยู่ทั้งหมดให้กับทางดีเอสไอไปหมดแล้ว และหลังจากนี้จะมีการยื่นเรื่องไปยังกระทรวงยุติธรรม เพื่อขออนุมัติให้ตำรวจสอบสวนกลางสามารถเข้าร่วมทำคดีนี้กับทางดีเอสไอได้ 

 

ด้าน พ.ต.อ. ปทักข์ ขวัญนา ผู้กำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม กล่าวว่า  เรื่องกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุบ้านประวีณ ขณะนี้ผลตรวจออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ได้รับเป็นไปในทิศทางเดียวกับรูปคดีที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนทำ

 

ส่วนการตรวจสอบอาวุธปืนในกลุ่มเครือข่ายของประวีณพบว่า มีลูกน้องของประวีณรายหนึ่งเคยก่อคดีในพื้นที่ แต่สำนวนคดีไม่ถูกสั่งฟ้อง จึงได้ประสานไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอรับคดีดังกล่าวมาอยู่ในความรับผิดชอบ เพื่อจัดกำลังลงพื้นที่สืบหาข้อมูลและรื้อฟื้นคดีขึ้นมาขยายผลตรวจสอบอีกครั้ง

Economic Forum 2023


Leave a Comment