Unity ประกาศวิธีการคิดเงินค่าใช้งานเอนจินเกมใหม่ เปลี่ยนมาคิดเงินตามจำนวนการติดตั้งเกม (installs) สร้างเสียงวิจารณ์จากนักพัฒนาเกมจำนวนมาก


Unity ประกาศวิธีการคิดเงินค่าใช้งานเอนจินเกมใหม่ เปลี่ยนมาคิดเงินตามจำนวนการติดตั้งเกม (installs) สร้างเสียงวิจารณ์จากนักพัฒนาเกมจำนวนมาก

ตัวเอนจิน Unity แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ Unity Editor ที่ใช้สร้างเกม และ Unity Runtime เป็นเอนจินที่ผนวกไปกับไฟล์ของเกม การเปลี่ยนแปลงนี้คือ Unity คิดเงินค่า Unity Runtime Fee ต่อเมื่อเกมเข้าเงื่อนไขครบ 2 ข้อคือ

  • รายได้เกิน 200,000 ดอลลาร์ในรอบ 12 เดือนล่าสุด
  • จำนวนการติดตั้งเกิน 200,000 ครั้ง (นับตั้งแต่เริ่มต้น)

หากเข้าข่ายนี้ Unity จะเริ่มคิดเงินจากนักพัฒนาในราคา 0.20 ดอลลาร์ต่อการติดตั้ง (0.02 ดอลลาร์ หากลูกค้าที่เล่นเกมอยู่ในตลาดประเทศเกิดใหม่ ซึ่งรวมประเทศไทยด้วย) โดย Unity บอกว่ามีวิธีการนับจำนวนการติดตั้งเกมที่แม่นยำ สามารถตรวจจับเกมละเมิดลิขสิทธิ์ได้ด้วย (เพื่อไม่คิดราคาส่วนนี้) แต่ไม่เปิดเผยรายละเอียด

หากนักพัฒนาจ่ายค่าสมาชิก Unity Pro หรือ Unity Enterprise อยู่แล้ว ตัวเลขจะเปลี่ยนไป แต่หลักการคิดเหมือนเดิม คือเริ่มคิดเงินต่อเมื่อรายได้เกิน 1 ล้านดอลลาร์ และจำนวนการติดตั้งเกิน 1 ล้านครั้ง แถมคิดเงินในราคาถูกกว่านักพัฒนาทั่วไป (ดูตารางประกอบ) หากนักพัฒนาเกมใช้บริการอื่นๆ ของบริษัท Unity ด้วยก็มีสิทธิได้ส่วนลดเพิ่มเติมอีก

การเปลี่ยนแปลงนี้จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2024

No Description

ประกาศนี้ย่อมได้รับเสียงคัดค้านจากนักพัฒนาเกมจำนวนมาก เพราะเพิ่มต้นทุนให้นักพัฒนาอิสระและนักพัฒนารายย่อย แถมยังเกิดความสับสนมากมายเรื่องวิธีการนับของ Unity ว่านับอย่างไร เช่น เกมที่อยู่บน Game Pass มีคนเล่นจำนวนมากๆ แต่ไม่จ่ายเงินซื้อเกมโดยตรงจะนับอย่างไร, ซื้อเกมบน Steam แล้วติดตั้งบนพีซีสามเครื่อง นับกี่ชุด, เดโมนับหรือไม่ ซึ่งภายหลัง Unity รวบรวม FAQ ให้ความกระจ่างมากขึ้นในบางประเด็น แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่ไม่ได้อธิบายอยู่ดี

นักพัฒนาเกมบางรายถึงประกาศว่าจะเลิกใช้ Unity และลบเกมเดิมทิ้ง หรือประกาศขายเกมลดราคากระหน่ำ ก่อนนำเกมออกจากหน้าร้านต่างๆ ในวันที่ 1 มกราคม 2024

ที่มา – Unity, Unity, Eurogamer, GameInformer

Leave a Comment